ยางรถยนต์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับรถ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์หรือรถอื่นๆ ซึ่งยางสำหรับรถยนต์ได้รับการคิดค้น พัฒนา และเลือกนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ผลิตเพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้นอยู่เสมอเพื่อให้เกิดความปลอดภัยระหว่างขับขี่และเพื่อให้สามารถขับรถได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด โดย ยางรถยนต์มีหน้าที่รับน้ำหนักจากรถยนต์และรถบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักของโครงสร้างรถ ผู้โดยสาร และสิ่งของต่าง ๆ ที่บรรทุกอยู่บนรถ แล้วเมื่อไหร่ที่เราจะต้องเปลี่ยนยางกันล่ วันนี้มาดูสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์กันเลยดีกว่า
- สภาพดอกยาง
ยางรถยนต์ส่วนใหญ่มีตัวบอกสภาพดอกยางอยู่บริเวณหน้ายาง ถ้าตัวบอกสภาพดังกล่าวมีความหนาในระดับเดียวกับดอกยาง นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนยางแล้วเพื่อความปลอดภัย ถ้ายางที่คุณใช้ไม่มีตัวบอกสภาพดอกยาง อีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใช้ไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าคุณเห็นหัวไม้ขีดสีแดง หมายถึงดอกยางเหลือน้อยเกินไปที่จะใช้งานได้ต่อไป
- อายุยาง
โดยปกติแล้วการใช้งานยางรถยนต์นั้นจะมีอายุจำกัดประมาณ 4-5 ปี นับจากวันที่เริ่มใช้งาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของถนนด้วย แม้ว่ายางรถยนต์ที่ใช้อยู่จะไม่มีสัญญาณเตือนก็ตาม ก็ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อครบอายุการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนถนน
- ยางบวม
อาการยางรถยนต์บวมมักจะเกิดจากการที่ขับรถเสียดสีอย่างรุนแรง การขับรถตกหลุม หรือกระบวนการผลิตยางรถยนต์ไม่มีประสิทธิภาพทำให้ยางรถยนต์ในบริเวณนั้นบวม ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่น่ากลัวมากๆ หากพบว่ายางบวม ควรรีบเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ไวที่สุด
- แก้มยางแตกหรือแยกส่วน
ถึงแม้ว่าแก้มยางจะไม่ใช่ส่วนที่สัมผัสพื้นถนนโดยตรงเหมือนหน้ายาง แต่ถ้าแก้มยางมีรอยแตกอาจนำไปสู่ยางระเบิดหรือแตกขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้ ดังนั้นเมื่อเห็นแก้มยางของเรามีรอยปริแตก หรือแยกส่วนต้องรีบเปลี่ยนยางในทันที
- เสียงยาง
ขณะขับรถยนต์ แล้วได้ยินเสียงหอน เสียงปังคล้ายยางแตก และรถมีอาการกระตุก ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ต้องเปลี่ยนยางใหม่ เพราะอาการแบบนี้มักเกิดจากหน้ายางสึกไม่เท่ากันหรืออาจเกิดจากลูกปืนล้อแตกได้
เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ จะต้องมีการตรวจเช็คสภาพยางเป็นประจำสม่ำเสมอ และเติมลมยางให้พอดีไม่แข็งไม่อ่อนจนเกินไป และเมื่อมีรอยรั่ว แตก ปริ หรือบวมจะต้องรีบเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันยางแตกหรือยางระเบิดได้
ประกันชั้น 3 เป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก นั่นก็คือรับผิดชอบต่อความเสียหายทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ(ผู้โดยสารในรถคู่กรณีและผู้เอาประกัน) ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมการคุ้มครองเริ่มต้น เหมาะมากๆ กับคนที่ใช้รถมานาน มีคามชำนาญในการขับรถ และมั่นใจ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก็สามารถเลือกใช้เป็นประกันชั้น 3 จะดีกว่า
